การเรียนไปทำงานไปที่ประเทศออสเตรเลียนั้น เป็นที่สนใจของน้องๆหลายคน

ประเทศออสเตรเลียถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกที่จะไปศึกษาต่อ เพราะมีหลักสูตรมากมายให้เลือก ระบบการศึกษา การเรียนการสอนมีความยืดหยุ่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยรัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และพร้อมต้อนรับนักเรียนต่างชาติให้เข้าไปศึกษาต่อในออสเตรเลีย ซึ่งจะเห็นได้จากรายรับ 1 ใน 3 ของออสเตรเลียมาจากการศึกษา มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจึงพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูง และต้องการขยับมหาวิทยาลัยให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลกให้ได้ นั่นจึงเป็นสิ่งยืนยันได้ถึงคุณภาพการศึกษาของออสเตรเลียที่ทัดเทียม และไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆในโลก

ประเทศออสเตรเลียมีเมืองที่น่าอยู่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลกถึง 4 เมือง โดย เมลเบิร์น คือ อันดับ 1 และอีก 3 เมือง ได้แก่ แอดิเลด ซิดนีย์ และเพิร์ทซึ่งเป็นประเทศนิยมจากนักเรียนต่างชาติ เนื่องด้วยชีวิตความเป็นอยู่แบบสบายๆ และระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถทำงานระหว่างเรียนอีกด้วย และยังมีโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบอีกด้วย พร้อมกับมีตำแหน่งรองรับมากมายอีกด้วย
การทำงานที่ออสเตรเลีย

การเรียนไปทำงานไปที่ประเทศออสเตรเลียนั้น เป็นที่สนใจของน้องๆหลายคนมากค่ะ เพราะนอกจากที่เราจะได้ใช้ภาษาอังกฤษเเล้ว เรายังได้รับประสบการณ์จากการทำงานจริงๆอีกด้วย การหางานทำที่ประเทศออสเตรเลียนั้นไม่ยากอย่างที่คิด ไม่ต้องกังวลค่ะว่าเราจะสื่อสารกับชาวต่างชาติรู้เรื่องไหม จะฟังสำเนียงของเขาออกหรือเปล่า เพราะเมื่อเราได้ฝึกภาษาทุกวัน พี่ๆเชื่อว่า ไม่นานน้องๆจะต้องคุยกับพวกเขารู้เรื่องอย่างเเน่นอน

น้องๆนักเรียนที่จะไปเรียนต่อประเทศออสเตรเลียนั้น คงจะไม่พลาดในเรื่องของการทำงานขณะที่มาศึกษาในประเทศออสเตรเลียที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต รวมถึงการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในช่วงที่อาศัยอยู่อีกด้วย ในกรณีที่นักเรียนทำ Student Visa เข้าประเทศออสเตรเลีย เขาก็อนุญาตให้ทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายอยู่เเล้ว โดยมีกฏหมายว่าจะทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เเละเมื่อได้งานทำ นักเรียนจะต้องขอเลขประจำตัวสำหรับการเสียภาษาจากรัฐบาลออสเตรเลีย ส่วนในกรณีติดตามอาจะอนุญาตให้ทำงานได้ ซึ่งรายได้ส่วนมากขั้นต่ำอยู่ที่ $55 – 75 ต่อวัน ถ้านักเรียนคนไหนภาษาที่ไม่เเข็งเเรง เเละกังวลในเรื่องของภาษานั้น ในช่วงเเรกนักเรียนสามารถหางานทำกับคนไทยไปก่อนได้ เเละเมื่อเริ่มคล่องตัวเเล้ว ก็สามารถไปทำงานที่หลากหลายได้มากขึ้น ประเทศออสเตรเลียมีอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เเละอุตสาหกรรมเหล่านั้นก็เปิดโอกาสให้มีการจ้างงานเเบบพาร์ทไทม์ได้เเก่:

งานบริการ เช่น คาเฟ่ บาร์ เเละห้องอาหาร
งานด้านการเกษตร เช่น ทำฟาร์ม หรือ รับจ้างเก็บผลไม้
งานสอนพิเศษ
ธุรกิจค้าปลีก เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า เเละร้านขายเสื้อผ้า
งานท่องเที่ยว เช่น โรงเเรม เเละที่พัก
งานขาย เเละการตลาดทางโทรศัพท์
การบริหาร หรือมีบทบาทในงานธุรการทั่วไป

การเลือกเสากล้องวงจรปิดจำเป็นต้องคำนึงถึงอะไรอีกบ้าง

ความต้องการของคุณว่าติดตั้งเพื่ออะไร ดูแลความปลอดภัยภายในตัวบ้าน อาจจะใช้แบบกล้อง IP เพื่อตรวจดูความเคลื่อนไหวได้ทันทีแม้ไม่อยู่บ้าน ไว้ใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุ สามารถเลือกได้หลากหลายตามความต้องการ แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความคมชัดด้วย เป็นต้น

ความละเอียดของภาพ  กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกได้สูงสุดที่เท่าไร vย่างเช่น กล้องบันทึกภาพได้ที่ 1080P,960P,720P หรืออาจจะเรียกว่า TVL (600TVL,700TVL,1000TVL) กล้องที่มีความละเอียดสูงๆส่วนมากก็มักจะมีราคาที่แพงขึ้นตามไปด้วย

กล้องภายใน / กล้องภายนอก กล้องวงจรปิดมีทั้งแบบใช้สำหรับติดตั้งภายในและสำหรับติดตั้งภายนอก ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเอากล้องไปในพื้นที่ตรงไหนบ้าง เช่น กล้องโดมสำหรับติดภายในบ้าน (Indoor) ก็จะทำให้ดูสวยงามขึ้นเก็บสายกล้องได้สวย ติดตามฝ้าได้สะดวก ส่วนกล้องภายนอก (Outdoor)ใช้สำหรับติดตามระเบียงชายคาบ้านหรือ ที่พบเห็นตามเสากล้องวงจรปิดไฟฟ้า หรือโกดังโรงงาน เพราะได้มีการออกแบบเพื่อให้สามารถป้องกันน้ำเข้าตัวอุปกรณ์ของกล้องได้

ระยะอินฟาเรด สำหรับระยะอินฟาเรดเมื่อต้องการบันทึกภาพในเวลาตอนกลางคืนถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างนึงที่ต้องเลือกมาใช้งาน อย่างเช่น ซื้อกล้องมาติดบ้านภายในก็อาจจะ เป็นกล้องโดมระยะอินฟาเรดที่สามารถส่องถึงได้ก็ควรจะอยู่สักระยะ 10 – 15 เมตรเป็น ส่วนกล้องที่จะใช้ติดภายนอกบ้านตามระเบียงบ้าน 2 ชั้นเพื่อส่องลงมาดู บริเวณข้างบ้านตอนกลางคืนก็ควรเลือกระยะอินฟาเรดสักระยะ 20-25 เมตร (เผื่อแนวทะแยงที่กล้องส่องไปด้วย) ส่วนระยะอินฟาเรดที่เอาไปใช้ติดตามโรงงานหรือ โกดังสินค้าที่มีความสูง 10 เมตร ขึ้นไปก็ให้เพิ่มระยะอินฟาเรดเป็น 25-30 เมตร เป็นต้น ซึ่งกล้องที่ระยะอินฟาเรดสามารถส่องได้ระยะ ไกลๆก็มักจะมีราคาที่แพงขึ้นตามไปด้วย

การรับประกันของกล้องวงจรปิด หลังจากที่เราได้ซื้อกล้องมาแล้ว อนาคตเราก็ไม่แน่ว่ากล้องจะเสียตอนไหนหรือฝนอาจจะตก ไฟกระชาก ทำให้กล้องเสีย กล้องวงจรปิดแต่ละค่ายก็จะมีระยะเวลาการ รับประกันที่ต่างกันออกไป เช่น กล้องวงจรปิด Watashi จะรับประกันสินค้า 3 ปี เราก็จะสะบายใจขึ้นเวลาที่กล้องดับ กล้องเสีย ก็สามารถส่งกล้องเคลมได้

การเลือกเครื่องบันทึก DVR หรือ NVR  เราก็เลือกเอาตามจำนวนของกล้องวงจรปิด ส่วนมากเครื่องจะผลิตออกมาเป็น 4CH,8CH,16CH,24CH,32CH เป็นต้น การที่จะเลือกเครื่องบันทึก เราก็ต้องมาดูว่าใช้กล้องเทคโนโลยีของอะไร TVI,AHD,CVI หรือกล้อง Analog ธรรมดา เนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆก็จะต่อกล้องกับเครื่องบันทึกไม่ติด ภาพไม่ขึ้น ข้อดีของ DVR รุ่นใหม่ๆ สามารถต่อพ่วงกับกล้องวงจรปิดรุ่นเก่าๆ ที่เป็นกล้องอนาล็อคธรรมดามาใช้ด้วยกันได้

ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) ส่วนใหญ่ที่ใช้กับกล้องวงจรปิดส่วนมากจะเป็น Seagate กับ WD Purple เนื่องจากรองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บันทึกตลอดทั้งวันจึงมีความทนทานต่อความร้อนได้ดี https://www.wt-cctv.com/